Author: admin

Bigbox Education เกิดมาจากความฝันที่อยากให้น้องๆเด็กไทยไม่พลาดโอกาสเรียนต่อที่ต่างประเทศ เราไม่ได้แค่ขายบริการ แต่คิดว่าตัวเรากับน้องๆนั่นแหละคือทีมเดียวกัน ตั้งแต่เลือกเป้าหมาย หลักสูตร ยื่นเอกสาร ถึงผ่านวีซ่า เราจะติดตามทุกขั้นตอน เพื่อให้น้องๆไปเรียนได้ด้วยความมั่นใจและสบายใจ หวังว่าการไว้วางใจ Bigbox จะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของน้องๆนะคะ

คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านที่กำลังคิดจะส่งน้องไป Summer Camp อังกฤษครั้งแรก น่าจะมีคำถามคล้าย ๆ กันเลยค่ะ “ลูกจะอยู่ได้ไหมนะ?”
“ถ้าพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง จะสื่อสารกับ Host Family รู้เรื่องหรือเปล่า?”

Read More

หนึ่งในคำถามที่พี่เจอบ่อยที่สุดจากน้องๆ ที่วางแผนไปเรียนต่อแคนาดา คือ “เรียน College หรือ University ดีกว่ากัน” ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าในแคนาดา คำว่า College กับ University ไม่ได้ใช้แทนกันได้เหมือนบางประเทศนะคะ

Read More

หลายคนที่กำลังวางแผนไปเรียนแคนาดา คงเคยได้ยินคำว่า PGWP ผ่านหูกันมาบ้างแล้ว วันนี้พี่จะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ นะคะ PGWP หรือ Post-Graduation Work Permit คือใบอนุญาตทำงานแบบ Open Work Permit ที่ให้น้องๆ นักเรียนต่างชาติทำงานที่ไหนก็ได้ในแคนาดาหลังเรียนจบ

Read More

น้องๆ พยาบาลไทยหลายคนที่แชทมาถามพี่บ่อยมากค่ะว่า “อยากไปทำงานพยาบาลที่แคนาดา ต้องเริ่มตรงไหนก่อนดี?” วันนี้พี่เลยขอรวบรวมเส้นทางทั้งหมดมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องงงกับศัพท์เทคนิคเยอะแยะนะคะ ก่อนอื่นพี่ขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยค่ะ ข้อมูลเรื่องวีซ่าและการย้ายถิ่นฐานแคนาดาแบบละเอียด น้องๆ สามารถเข้าไปเช็กได้จากเว็บไซต์ทางการของ IRCC (Immigration, Refugees and Citizenship Canada) โดยตรง เพราะ Big Box Education เราไม่ได้ถือใบอนุญาตที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐาน (Immigration License) นะคะ แต่สิ่งที่เราถนัดและช่วยน้องๆ ได้เต็มที่คือการวางแผนเส้นทางเรียนต่อ (Study Pathway) ให้ตอบโจทย์เป้าหมายที่สุด และข้อดีคือพอน้องๆ ไปเรียนที่แคนาดาแล้ว ทางสถาบันจะมีที่ปรึกษาด้านอิมมิเกรชั่นที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง (RCIC) คอยให้คำปรึกษาเรื่องวีซ่าหรือ PR แบบอัปเดตล่าสุดได้ตลอดค่ะ ทำไมพยาบาลไทยถึงมีโอกาสสูงในแคนาดา การไปเป็นพยาบาลวิชาชีพที่แคนาดา หรือที่เขาเรียกกันว่า Internationally Educated Nurse (IEN) ซึ่งพี่บอกเลยว่าเส้นทางนี้เหนื่อยแน่นอนค่ะ แต่คุ้มค่ามากๆ เพราะแคนาดาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น้องๆ ต้องทำควบคู่กันไปมีสองเรื่องหลักคือ หนึ่ง การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อพิสูจน์ว่าทักษะพยาบาลของเราได้มาตรฐาน และสอง การขอวีซ่าหรือสถานะที่ถูกต้องเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย มีเรื่องนึงที่น้องๆ ต้องรู้ไว้ก่อนเริ่มเลยค่ะ แคนาดาไม่ได้แบ่งการปกครองเป็น “รัฐ” แบบอเมริกา แต่แบ่งเป็น “มลรัฐ” (Province) ซึ่งแต่ละมลรัฐจะมีสภาการพยาบาลของตัวเองที่ออกใบอนุญาตแยกกันอย่างอิสระ ดังนั้นก่อนเริ่มกระบวนการอะไรทั้งหมด น้องๆ ต้องตัดสินใจก่อนว่าอยากไปใช้ชีวิตและทำงานที่มลรัฐไหน เพราะทุกขั้นตอนจะอิงกับมลรัฐนั้นเป็นหลักค่ะ สองเส้นทางหลักสู่แคนาดา แบบไหนเวิร์กกว่ากัน เส้นทางแรกคือการหานายจ้างที่แคนาดามาสปอนเซอร์โดยตรงผ่านระบบ LMIA จากเมืองไทย ฟังดูเร็วดีใช่ไหมคะ แต่พี่อ้อต้องบอกตามตรงว่าเส้นทางนี้ยากมากในทางปฏิบัติ เพราะนายจ้างแทบไม่มีใครอยากสปอนเซอร์พยาบาลที่ยังไม่มีสถานะวีซ่าทำงานในแคนาดาเลย วีซ่าก็จะผูกติดกับนายจ้างรายเดียว ทำให้ความยืดหยุ่นต่ำมาก อีกเส้นทางที่พี่แนะนำและเห็นน้องๆ หลายคนไปได้สวยคือ เส้นทางเรียนต่อแคนาดา ด้วยการสมัครหลักสูตรอย่าง IEN Bridging Diploma, Healthcare Leadership หรือปริญญาโทด้านบริหารสุขภาพ (MHA) ด้วยวีซ่านักเรียน ข้อดีคือระหว่างเรียนน้องๆ ทำงานพาร์ทไทม์ได้ และพอเรียนจบก็มีสิทธิ์ขอ Post-Graduation Work Permit (PGWP) เพื่อทำงานเต็มเวลาได้เลย เส้นทางนี้โอกาสสำเร็จสูงกว่า ปลอดภัยกว่า และสอดคล้องกับเกณฑ์การขอ PR…

Read More

ใครที่วางแผนไปเรียนต่อแคนาดาในหลักสูตรเรียนและทำงาน (Work and Study , Co-op) แล้วเคยถามพี่ว่า “ทำไมสมัครแล้วยังรอนานอยู่” หรือ “ทำไมสถาบันบอกว่าโควตาเต็มแล้ว” นั่นเป็นเพราะช่วงปี 2024–2025 รัฐบาลกลางแคนาดาออกนโยบายควบคุมจำนวนนักเรียนต่างชาติอย่างเข้มงวด ส่งผลให้โควตา Provincial Attestation Letter หรือ PAL ที่จัดสรรให้แต่ละจังหวัดและแต่ละสถาบันมีจำนวนน้อยมากจนหลายสถาบันต้องหยุดรับสมัครชั่วคราว แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนแล้วค่ะ ในไตรมาส 3 ปี 2026 รัฐบาลแคนาดาได้จัดสรรโควตา PAL ให้สถาบันเอกชนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้หลายสถาบันกลับมาเปิดรับสมัครหลักสูตร Co-op ได้อีกครั้ง และนี่คือจังหวะที่น้องไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปค่ะ PAL คืออะไร ทำไมถึงสำคัญมาก PAL คือจดหมายรับรองจากรัฐบาลระดับมณฑล (Province) ที่นักเรียนต่างชาติจำเป็นต้องมีก่อนยื่นขอ Study Permit กับ IRCC สำหรับหลักสูตรที่ยาวกว่า 6 เดือน ถ้าสถาบันไม่มีโควตา PAL เหลือ ก็ออก PAL ให้น้องไม่ได้ และถ้าไม่มี PAL ก็ยื่น Study Permit ไม่ผ่าน แปลว่าโควตาที่เพิ่งได้มาใหม่นี้จะถูกจัดสรรแบบ first-come, first-served เสมอ ใครสมัครก่อน มีสิทธิ์ก่อน หลักสูตรเรียนและทำงาน (Co-op) คืออะไร ดียังไง หลักสูตร Co-op คือโปรแกรมที่ผสมการเรียนในห้องเรียน (Academic) และการทำงานจริงในบริษัทแคนาดา (Co-op / Work Placement) โดยช่วงทำงานนักเรียนได้รับค่าจ้างจริง ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้มาก และที่สำคัญที่สุดคือชั่วโมงทำงาน Co-op นับเป็น Canadian Work Experience ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับการยื่น PR (Permanent Residency) ในอนาคตด้วย ตัวอย่างหลักสูตร Co-op ที่น่าสนใจ Q3 2026 พี่รวบรวมข้อมูลจาก 4 สถาบันชั้นนำใน British Columbia…

Read More

สวัสดีค่ะน้องๆ ที่กำลังวางแผนไปเรียนต่อแคนาดา วันนี้พี่มีเรื่องราวดีๆ มาเล่าให้ฟังจากประสบการณ์จริงของน้องแอร์ นักเรียนไทยที่กำลังเรียนอยู่ในหลักสูตร Bachelor of Business Administration ที่ Melville School of Business มหาวิทยาลัย KPU วิทยาเขต Richmond ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตเมโทรแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดาค่ะ พี่คิดว่าเรื่องราวของน้องแอร์จะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าชีวิตนักเรียนไทยที่แคนาดาจริงๆ แล้วเป็นยังไง เพราะน้องแอร์ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจริง เจอปัญหาจริง แก้ปัญหาจริง แล้วก็เอาประสบการณ์ตรงมาแชร์ให้พวกเราฟังแบบไม่มีกั๊กเลยค่ะ เปิดบัญชีธนาคารและซื้อซิมโทรศัพท์ เริ่มจากเรื่องการเงินก่อนเลยค่ะ น้องแอร์เล่าให้ฟังว่าเปิดบัญชีธนาคารกับ BMO เพราะแอพใช้งานง่าย โอนเงินสะดวก ส่วนเรื่องซิมโทรศัพท์ น้องแอร์เลือกใช้ค่าย PhoneBox เพราะสมัครออนไลน์ได้ง่ายมาก ไม่ต้องเดินทางไปที่ร้านให้ยุ่งยาก อันนี้พี่ว่าเป็นทริคดีๆ สำหรับน้องๆ ที่เพิ่งไปถึงใหม่ๆ เพราะช่วงแรกเราอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง การมีตัวเลือกที่จัดการออนไลน์ได้จะช่วยลดความยุ่งยากไปเยอะเลยค่ะ หาที่พักที่แคนาดา เรื่องที่พักก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่น้องๆ หลายคนกังวล น้องแอร์หาที่พักได้จากเพื่อนที่รู้จักกัน เป็นบ้านแชร์กับเพื่อนๆ ค่าเช่าตก 850 CAD ต่อเดือน ซึ่งพี่อยากบอกว่าการบอกต่อจากเพื่อนช่วยได้เยอะจริงๆ ค่ะ ทั้งเรื่องหาที่พักและเรื่องอื่นๆ ที่จะตามมา เช่น การแชร์ห้อง แชร์บ้านเช่า การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ส่วนเรื่องการเดินทางไปเรียน น้องแอร์บอกว่าสะดวกมากเพราะมีป้ายรถเมล์อยู่ใกล้ที่พัก เดินไปขึ้นรถเมล์แล้วต่อรถไฟฟ้าได้เลย เวลาจะไปช้อปปิ้งหรือไปห้างก็ง่าย เพราะใกล้สถานีรถไฟและป้ายรถเมล์ อย่างเช่น Metropolis at Metrotown หรือ CF Richmond Centre ก็ไปได้สบายๆ เรื่องค่าตั๋วโดยสารรายเดือนจะขึ้นอยู่กับโซนที่เราอาศัยอยู่ค่ะ ถ้าโซน 1 ซึ่งอยู่ใกล้ในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 111 CAD โซน 2 ประมาณ 149 CAD และโซน 3 ประมาณ 201 CAD แต่ข่าวดีคือถ้าเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจะได้ส่วนลดพิเศษ เหลือแค่ประมาณ 60 เหรียญต่อเดือนเท่านั้นเองค่ะ ถือว่าคุ้มมากสำหรับนักเรียนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ค่าใช้จ่ายรายเดือนและร้านอาหาร พูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายโดยรวม น้องแอร์ให้ข้อมูลว่าต่อเดือนใช้จ่ายประมาณ 1,500-1,700…

Read More

เรียนภาษาอังกฤษ Online กับโรงเรียนระดับ Harvard Square ได้เลย ไม่ต้องบินไปบอสตัน ถ้าน้องกำลังมองหาที่เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่ “ของจริง” ไม่ใช่แค่แอปฝึกศัพท์ทั่วไป พี่อยากแนะนำให้รู้จัก NESE (New England School of English) โรงเรียนภาษาอังกฤษที่ตั้งอยู่ใน Harvard Square เมือง Cambridge รัฐแมสซาชูเซตส์ ติดกับมหาวิทยาลัย Harvard เลย เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 1990 และตอนนี้เปิดคอร์สออนไลน์ให้เรียนได้จากทุกที่ในโลกผ่าน NESE On-Line จุดที่ทำให้ NESE ต่างจากโรงเรียนภาษาออนไลน์ทั่วไปคือ หลักสูตรนี้ถูกพัฒนาโดยผู้ก่อตั้งที่จบการศึกษาจาก Harvard Graduate School of Education โดยตรง แปลว่าการออกแบบบทเรียนไม่ได้ทำขึ้นมาแบบสุ่ม ๆ แต่อ้างอิงจากงานวิจัยด้านการศึกษาจริง ๆ และที่ผ่านมามีนักเรียนเรียนกับ NESE ไปแล้วกว่า 50,000 คนทั่วโลก คอร์สมีอะไรให้เลือกบ้าง NESE On-Line แบ่งรูปแบบการเรียนเป็น 3 แบบหลัก ทำให้เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์และงบที่มี: ใครเหมาะกับ NESE บ้าง ถ้าน้องเป็นนักเรียนที่อยากเตรียมตัวสอบ TOEFL หรือ IELTS ก่อนไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศ NESE มีคอร์สเตรียมสอบโดยเฉพาะ พร้อมเวิร์กชอปจากเจ้าหน้าที่รับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยจริง ส่วนถ้าน้องเป็นคนทำงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะด้าน เช่น สายธุรกิจ กฎหมาย การแพทย์ หรือการบิน ก็มีคอร์สเฉพาะทางรองรับเหมือนกัน หรือถ้าแค่อยากพูดอังกฤษให้คล่องขึ้น ลดสำเนียง (Accent Reduction) ก็มีคอร์สนี้ด้วยนะ อีกจุดที่น่าสนใจคือ ระบบ Live Classes มีการจัดเวลาเรียนหลากหลายให้ตรงกับเขตเวลาที่แตกต่างกันทั่วโลก ทำให้คนไทยที่อยากเรียนสด ๆ กับครูจริงก็ยังสามารถหา slot ที่ไม่ต้องอดหลับอดนอนมากเกินไปได้ เมื่อเรียนจบแต่ละคอร์ส น้องจะได้รับ Certificate รับรอง และถ้าเรียนจบเลเวลสูงสุดของโปรแกรม จะได้ Official NESE Diploma ไว้แสดงผลการเรียนอย่างเป็นทางการเลย…

Read More

สวัสดีน้องๆ วันนี้พี่จะมาเล่าเรื่องที่พี่อยากให้ทุกคนรู้ไว้ก่อนตัดสินใจเรียนแคนาดา เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่อง “เรียนจบแล้วหางานทำ” แต่มันคือโอกาสที่รัฐบาลแคนาดาสร้างไว้ให้ — พร้อมเส้นทาง PR ที่ชัดกว่าสายไหนๆ เลยค่า

Read More

ถ้าน้องกำลังมองหา College ในแคนาดาที่ ไม่ใหญ่จนรู้สึกหายไปในฝูงชน แต่ก็มีหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดงานจริงๆ วันนี้พี่จะพาไปรู้จัก Fleming College ค่ะ ชื่ออาจไม่คุ้นหูเท่า Seneca

Read More

ถ้าพูดถึงเรียนต่อนิวซีแลนด์ หลายคนนึกถึง University of Auckland หรือ Victoria เป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมคะว่ามีอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจมากๆ และมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ Massey University ค่ะ พี่จะมาแตกให้หมดเลย ตั้งแต่ประวัติ แคมปัส สาขาเด่น ค่าใช้จ่าย ทุน ไปจนถึงว่าเหมาะกับน้องแบบไหน อ่านจบแล้วตัดสินใจได้เลยค่ะ! Massey University คืออะไร? น่าเชื่อถือแค่ไหน? Massey University ก่อตั้งขึ้นในปี 1927 เริ่มต้นจากวิทยาลัยเกษตรกรรม ก่อนพัฒนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาในปัจจุบัน และมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่างแท้จริงค่ะ ในปี 2026 Massey University ได้รับการจัดอันดับที่ 230 จาก QS World University Rankings พร้อมกับรางวัล QS Five Stars Plus Rating ซึ่งเป็นหนึ่งในสามมหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์เท่านั้นที่ได้รับเกียรตินี้ แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ Massey ไม่ได้ดังแบบ “กว้างๆ” แต่ดังในสาขาที่เก่งจริงๆ ค่ะ จากการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject ปี 2025 Massey ติดอันดับ 19 ของโลกในสาขา Veterinary Science และเป็นอันดับ 1 ของออสตราเลเซียและเอเชีย นอกจากนั้นยังติด Top 51–100 ของโลกทั้งในสาขา Agriculture & Forestry และ Development Studies และเป็นอันดับ 1 ในนิวซีแลนด์ทั้งสองสาขา Massey ยังโดดเด่นด้าน Food Technology (อันดับ 43 โลก) และ Architecture and Built Environment…

Read More