บในปี 2023 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาแคนาดาบนเวทีโลก
ที่น่าสนใจคือ จำนวนนักเรียนนานาชาติที่สมัครเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในแคนาดาในปีการศึกษา 2022/2023 เพิ่มขึ้น 0.6% จากปีก่อนหน้า และสัดส่วนนักเรียนนานาชาติในสถาบันการศึกษาของแคนาดาเพิ่มขึ้นเป็น 21.2% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2013/2014 ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและน่าประทับใจมากๆ
นอกจากนี้ ข้อมูลปี 2023 แสดงให้เห็นว่ามีนักเรียนนานาชาติมากกว่า 1 ล้านคนที่กำลังเรียนและอาศัยอยู่ในแคนาดา ทำให้แคนาดาเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศในระดับโลกเลยทีเดียว
International student enrolment by institution type, 2013/2014 to 2022/2023, Enrolment’s

เหตุผลสำคัญที่ทำให้การเรียนต่อที่แคนาดาเป็นที่นิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ
1. ระบบการศึกษาระดับโลก เน้น Research & Development
ในการมาเรียนต่อแคนาดา หมายความว่าน้องๆ จะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แคนาดามีความโดดเด่นในเรื่องการวิจัยและพัฒนา โดยมีนักวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดในโลกถึง 196 คน ทำให้แคนาดาติดอันดับที่ 6 ของโลก
การศึกษาที่นี่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเทียบโอนหน่วยกิตจากประเทศต้นทางได้ มีโปรแกรมการเรียนให้เลือกมากมาย ทั้งในวิทยาลัยกว่า 8,000 โปรแกรม และมหาวิทยาลัยมากกว่า 16,000 โปรแกรม ( ข้อมูลจาก Universities Canada, 2022; CICan, 2022) และแคนาดายังอยู่ในอันดับที่ 4 ในรายการประเทศที่ดีที่สุดด้านการศึกษา (ข้อมูลจาก U.S. News & World Report, 2023)
อัตราการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของแคนาดาอยู่ในอันดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD และมีระดับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของคนอายุ 25-34 ปีสูงถึง 66.9% ซึ่งเป็นอันดับ 2 ของโลก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าแคนาดาให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างจริงจัง
2. สังคมที่ปลอดภัย สงบสุข และเปิดกว้างต่อความหลากหลาย
จาก U.S. News & World Report ปี 2023 แคนาดาได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 3 จาก 85 ประเทศทั่วโลกในด้านคุณภาพชีวิต ประเทศนี้เปิดรับและให้ความเคารพต่อความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม นักเรียนต่างชาติจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
พี่ขอบอกว่าเรื่องนี้สำคัญมากนะ เพราะการไปเรียนต่างประเทศไม่ใช่แค่เรื่องเรียนอย่างเดียว แต่ต้องรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วย แคนาดาให้ความรู้สึกแบบนี้กับนักเรียนต่างชาติได้ดีมากhttps://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fphoto.php%3Ffbid%3D1274130947276198%26set%3Da.725788705443761%26type%3D3&show_text=false&width=500
3. เรียนและทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เรื่องนี้คือจุดเด่นมากสำหรับการเรียนต่อที่แคนาดา คือ “เรียนและทำงานระหว่างเรียนได้” น้องที่ถือ Study Permit สามารถทำงานระหว่างเรียนได้ (มีเงื่อนไขตามแต่ละโปรแกรม)
ระบบการศึกษาในแคนาดาเน้นการปฏิบัติจริง มีที่รู้จักในชื่อ Cooperative Education (Co-op) ซึ่งมีช่วงฝึกงานที่เรียกว่า Co-op Term นักเรียนสามารถทำงานในช่วงเทอมได้ไม่จำกัดจำนวนชั่วโมง ภายใต้ Visa Study permit
เปิดประสบการณ์ทำงานบริษัท ฯ ชั้นนำระดับโลกในแคนาดา มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยรัฐบาลในแคนาดามีความร่วมมือกับธุรกิจในระดับประเทศและท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด มีนักศึกษาระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยถึง 46% ที่เข้าร่วมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง เช่น Co-op, Internship หรือ Clinical Placement
หลักสูตรการเรียนจึงมีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน นักเรียนต่างชาติมีโอกาสได้เรียนและทำงานกับบริษัทในแคนาดา
ทั้งในขณะเรียน ปิดเทอม และมีโอกาสยื่นขอ Post Graduation Work Permit (PGWP) เมื่อจบการศึกษา
สรุป: ถ้าเลือก เรียนต่อแคนาดา ไม่ใช่แค่ไปเรียนแล้วจบแล้วกลับบ้าน แต่มีโอกาสสร้างประสบการณ์จริงๆ และมีทางเลือกต่อไปได้
4. ค่าเล่าเรียนที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ
เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกครอบครัวต้องคำนึงถึงในการวางแผนระยะยาว ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยต่อปีในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยของแคนาดาสำหรับนักเรียนต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 20,000-28,000 CAD
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม Top destinations เช่น การเรียนในเมืองใหญ่อย่าง Toronto ของแคนาดา ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการเรียนในเมือง Sydney ของออสเตรเลีย ที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับโลก
พี่แนะนำให้น้องๆ ศึกษาข้อมูลค่าใช้จ่ายล่าได้จากบทความ เรียนต่อแคนาดาควรเตรียมค่าใช้จ่ายไว้เท่าไร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมทุกด้าน รวมถึงค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน
5. ดินแดนแห่งการผจญภัยและธรรมชาติที่สวยงามระดับโลก
นอกจากการเรียนแล้ว ชีวิตนอกห้องเรียนก็สำคัญไม่แพ้กัน! แคนาดามีทะเลสาบและแม่น้ำมากกว่า 2 ล้านแห่ง และมีแหล่งน้ำจืดมากกว่าประเทศใดในโลก (ข้อมูลจาก Environment and Climate Change Canada, 2023)
สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังระดับโลก เช่น:
- Canadian Rocky Mountain – เทือกเขาร็อกกี้ที่สวยงามตระการตา
- Niagara Falls – น้ำตกไนแองการาที่ยิ่งใหญ่
- Banff National Park – อุทยานแห่งชาติที่มีทัศนียภาพสุดอลังการ
- Lake Louise – ทะเลสาบสีฟ้าใสราวกับอัญมณี
- Yellowknife – จุดชมแสงเหนือที่สวยที่สุดในโลก
- Quebec City – เมืองมรดกโลกที่มีเสน่ห์แบบยุโรป
น้องๆ จะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ภูเขาสูง ทะเลสาบน้ำใส ไปจนถึงแสงเหนือที่สวยงามตระการตา
สรุป: ไม่ใช่แค่ไปเรียนหนังสืออย่างเดียว แต่ไปเติบโต ไปใช้ชีวิต ไปสร้างความทรงจำ
โอกาสหลังจบ: Post-Graduation Work Permit (PGWP)
แคนาดาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในทวีปอเมริกาเหนือ มีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สิ่งที่พิเศษมากคือ เมื่อน้องๆ เรียนจบจากสถาบันรัฐบาลระดับ Post-Secondary Level จะสามารถยื่นขอ Post-Graduation Work Permit (PGWP) เพื่อทำงานในแคนาดาได้สูงสุดถึง 3 ปี
โอกาสนี้ช่วยให้น้องๆ สามารถ:
- สะสมประสบการณ์ทำงานในระดับมืออาชีพ
- ใช้ความรู้ที่เรียนมาในสถานการณ์จริง
- สร้างเครือข่ายในวงการอาชีพ
- เพิ่มโอกาสในการขอเป็นผู้พำนักถาวร (Permanent Resident) ในอนาคต
หากน้องๆ กำลังมองหาจุดหมายในการเรียนต่อที่ให้มากกว่าแค่ปริญญา แคนาดาอาจเป็นคำตอบที่น้องๆ กำลังมองหา ขอให้วางแผนอย่างรอบคอบ เตรียมตัวให้พร้อม และก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสกันนะคะ

